นักบาสเกตบอลควรมีหลักโภชนาการที่ดีในช่วงแข่งขัน

เราสามารถมีสุขภาพที่ดีได้ถ้าหมั่นออกกำลังกายและรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ ปัจจุบันมีกีฬาอยู่หลายประเภทที่ดีต่อสุขภาพ และบริหารได้ในทุกสัดส่วน เช่น กีฬาบาสเกตบอล

ในกีฬาบาสเกตบอลผู้เล่นต้องได้รับแคลอรี่ที่เหมาะสมกว่าปกติ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในช่วงการแข่ง อาหารเสริมที่เป็นเครื่องดื่มที่อยู่ในรูปพร้อมรับประทานถือเป็นทางเลือก หนึ่งที่อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริโภค โดยเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดรต คาร์โบไฮเดรตจะถูกเปลี่ยนแล้วสะสมในรูปของ glycogen ซึ่งจำเป็นในการนำมาใช้เป็นพลังงานแก่กล้ามเนื้อและทำให้เกิดสมาธิ

ในวงการกีฬาใช้อาหารเสริมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับร่างกายในขั้นตอนฝึกซ้อม ซึ่งกีฬาบาสเกตบอลเป็นกีฬาที่ค่อนข้างจะหนักมาก เพราะต้องอาศัยความเร็ว ความแม่นยำ และพละกำลัง อาหารเสริมจึงเป็นประโยชน์ต่อนักกีฬา ตลอดช่วงการแข่งหรือการฝึกรวมถึงการฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วภายหลังการ แข่งหรือการฝึกด้วย กีฬาบาสเกตบอลเป็นกีฬาที่ที่มีทั้งการออกกำลังกายแบบใช้ออกซิเจน และแบบไม่ใช้ออกซิเจน เนื่องมาจากกีฬานี้จำเป็นต้องมีการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้เล่นตำแหน่งการ์ดจ่าย ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่เลี้ยงคุมลูก และนำส่งให้กับผู้เล่นอีกคน

การจะเล่นกีฬานี้ให้ได้ดีต้องมีสมาธิและการเคลื่อนที่ตอบสนองได้อย่างรวด เร็ว โดยเฉพาะผู้เล่นที่ดีที่เลี้ยงลูกต่ำ ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถที่จะแย่งลูกได้หรือทักษะในการกระโดดชูต

การที่ผู้เล่นมีหลักโภชนาการที่ดีนั้นจะช่วยเพิ่มทักษะและความแข็งแรงในช่วงแข่งขัน อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงจากอาการบาดเจ็บ นักกีฬาบาสเกตบอลส่วนใหญ่จึงมีความจำเป็นที่ต้องได้รับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อย่างเช่น Multivitamins วิตามินรวมถูกแนะนำให้ใช้มากกว่าการใช้วิตามินหรือเกลือแร่เนื่องจากภายใน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลุ่มวิตามินรวมยังมีส่วนประกอบอื่นๆที่จำเป็นต่อร่างกาย นอกจากนี้โปรตีนก็เป็นสิ่งสำคัญหลังจากการแข่งขัน เพราะกล้ามเนื้อถูกใช้งานย่างหนัก จึงทำให้เกิดการล้าของกล้ามเนื้อได้ ซึ่งเวย์โปรตีนก็ถือเป็นโปรตีนทางเลือกที่ดีทางหนึ่งเนื่องจากสามารถถูกดูด ซึมได้อย่างรวดเร็ว ส่วนโปรตีนจากไข่เป็นซึ่งเป็นโปรตีนที่มีกรดอะมิโนต่างๆครบสมบูรณ์

ความสามัคคีกับความสามารถทางการกีฬาบาสเก็ตบอล

เมื่อกล่าวถึง “ ความสามัคคี” มักจะมองต่อไปถึงคุณค่าของความสามัคคีทำให้เกิดผลประโยชน์อะไรบ้างต่อการเล่นกีฬาบาสเก็ตบอล ความสามัคคีจำเป็นมากต่อการเล่นกีฬาประเภททีม เพราะถ้านักกีฬาสามัคคีกัน หรือรวมใจกันเป็นหนึ่งเดียว ย่อมีผลต่อความสามารถในการเล่น การประสานสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนรวมทีมที่ช่วยในการเล่นและแข่งขันกันอย่างมี่ประสิทธิภาพเพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายของทีมได้อย่างดี

ความสามัคคีในกลุ่มเป็นกระบวนการของความสัมพันธ์ต่อเนื่อง หากสมาธิกลุ่มยังมีความสัมพันธ์กันความสามัคคีจะพัฒนาตามไปด้วย เมื่อมีการรวมกลุ่มเป็นเวลานานจะเกิดกฎ ระเบียบและข้อตกลงภายในกลุ่มจะเพิ่มมากขึ้น การผูกพัน การมีความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกกลุ่มมากขึ้น และมีจุดมุ่งหมายของกลุ่มเกิดขึ้น ดังนั้นเพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายที่ต้องการการประสานสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกกลุ่ม มีการจัดปรับความเข้าใจ เมื่อเดข้อขัดแย้งทางความคิดเห็นประสานความคิดเพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายของกลุ่ม นอกจานนี้ข้อเท็จจริงอีกประการคือ ความสามัคคีเป็นความสัมพันธ์แบบ 2 ทางทั้งการให้และการรับ เกิดการคาดหวังผลระหว่างสมาชิกกลุ่มด้วยกันเพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายกลุ่มที่ตั้งไว้ ซึ่งมีอิทธิพลต่อการสร้างและทำลายความเป็นทีมได้

ความสามัคคีทำให้งานลดลงเพื่อเทียบกับจำนวนผู้ปฏิบัติ แม้ว่าความสามัคคีดูเหมือนว่าจะทำให้ได้งานน้อยกว่าหรือปริมาณงานลดลง แต่ในการกีฬา ความสามัคคีกลับเป็นปัจจัยที่สำคัญในการเล่นและการแข่งขันประเภททีม ทั้งโค้ชและนักกีฬาต่างเห็นความสำคัญและพยายามสร้างความสามัคคีในกลุ่ม

ความสามัคคีกับการกีฬา หมายถึงมีความเป็นหนึ่งเดียวในการร่วมมือกันเพื่อสร้างพลังงานในการแข่งขัน เพื่อให้ได้ชัยชนะ ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าความสามัคคีเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นเพราะมีผลต่อความสามารถในการเล่นและแข่งขัน ความสำเร็จของทีม และมีผลต่อแรงจูงใจในการใช้ความพยามยามมากขึ้น ลักษณะของความสามัคคีหรือการรวมกลุ่มแบ่งออกเป็น 2 อย่าง คือ

1. การรวมกลุ่มทางสังคม ( Social cohesion) สมาชิกกลุ่มรวมกันเพราะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อกันที่เรียกว่า ความเป็นทีมเดียวกันหรือทีมสปิริต (Team spirit) เกิดความรู้สึกเอื้ออาทร ค วามห่วงใย ค วามชอบระหว่างบุคคลที่ทำให้การเล่นกีฬาสนุกสนานมากขึ้น

2. การรวมกลุ่มด้วยงาน ( Task cohesion) สมาชิกกลุ่มรวมกันเพราะต้องการให้ทีมหรือกลุ่มประสบผลสำเร็จในงาน หรือบรรลุตามจุดมุ่งหมายร่วมกัน ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็เพราะว่าการประสานสัมพันธ์ที่ดีภายในทีมหรือการมีทีมเวอร์ค (Teamwork) หรือการประสานกันอย่างดีระหว่างเพื่อนร่วมทีม หากในภาษากีฬา คือ “ เล่นเข้าขา” กันอย่างดี

ผู้กำหนดกติกาของเกมเดิมนั้นการเล่นบาสเกตบอลจะใช้ลูกฟุตบอล

12

ปัจจุบันกีฬาบาสเกตบอลถูกบรรจุในหลักสูตรการเรียนการสอนแทบทุกระดับการศึกษาคือตั้งแต่ระดับประถม มัธยม และอุดมศึกษา นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันอยู่ตลอดเวลาองค์กรสำคัญที่ส่งเสริมและจัดการแข่งขันกีฬาบาสเกตบอล ในประเทศไทย ได้แก่สมาคมบาเกตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ กรมพลศึกษา กรุงเทพมหานคร การกีฬาแห่งประเทศไทย ทบวงมหาวิทยาลัย กองทัพ กองทัพอากาศ สถาบันการศึกษาทั่วไป ความพิเศษอย่างหนึ่งของบาสเกตบอล คือถูกคิดขึ้นโดยคนเพียงคนเดียว ต่างจากกีฬาส่วนใหญ่ที่วิวัฒนาการมาจากกีฬาอีกชนิด ช่วงต้นเดือนธันวาคม พ.ศ. 2434 ดร. เจมส์ ไนสมิท ครูสอนพละศึกษาชาวอเมริกันที่เกิดในแคนาดา และเป็นผู้ดูแลสถานที่ของวิทยาลัยแห่งหนึ่งของสมาคมวายเอ็มซีเอ ในเมืองสปริงฟิลด์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ค้นหาเกมในร่มที่ช่วยให้คนมีกิจกรรมทำระหว่างฤดูหนาวในแถบนิวอิงแลนด์ ว่ากันว่า หลังจากเขาไตร่ตรองหากิจกรรมที่ไม่รุนแรงเกินไปและเหมาะสมกับโรงยิม เขาเขียนกฎพื้นฐานและตอกตะปูติดตะกร้าใส่ลูกพีชเข้ากับผนังโรงยิม เกมแรกที่เล่นเป็นทางการเล่นในโรงยิมวายเอ็มซีเอในเดือนถัดมา คือเมื่อ 20 มกราคม พ.ศ. 2435 (ค.ศ. 1891) ในสมัยนั้น เล่นโดยใช้ผู้เล่นเก้าคน สนามที่ใช้ก็มีขนาดประมาณครึ่งหนึ่งของสนามเอ็นบีเอในปัจจุบัน ชื่อ บาสเกตบอล เป็นชื่อที่เสนอโดยนักเรียนคนหนึ่ง และก็เป็นชื่อที่นิยมมาตั้งแต่ตอนต้น เกมแพร่ขยายไปยังวายเอ็มซีเอที่อื่นทั่วสหรัฐอเมริกา ไม่นานนักก็มีเล่นกันทั่วประเทศ

แต่ที่น่าสนใจคือ ถึงแม้ว่าวายเอ็มซีเอจะเป็นผู้ที่พัฒนาและเผยแพร่เกมในตอนแรก ภายในหนึ่งทศวรรษสมาคมก็ไม่สนับสนุนกีฬานี้อีก เนื่องจากการเล่นที่รุนแรงและผู้ชมที่ไม่สุภาพ สมาคมกีฬาสมัครเล่นอื่นๆ มหาวิทยาลัย และทีมอาชีพก็เข้ามาแทนที่ ก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง สหภาพการกีฬาสมัครเล่น (Amateur Athletic Union) และ สมาคมการแข่งขันกีฬาระหว่างวิทยาลัย (Intercollegiate Athletic Association) (ซึ่งปัจจุบันคือเอ็นซีดับเบิลเอ, NCAA) ได้แข่งกันเพื่อจะเป็นผู้กำหนดกติกาของเกมเดิมนั้นการเล่นบาสเกตบอลจะใช้ลูกฟุตบอล ลูกบอลที่ทำขึ้นสำหรับบาสเกตบอลโดยเฉพาะในตอนแรกมีสีน้ำตาล ช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 1950 จึงเปลี่ยนมาใช้ลูกสีส้มเพื่อให้ผู้เล่นและผู้ชมมองเห็นลูกได้ง่ายขึ้น และก็ใช้ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ผู้ที่ริเริ่มใช้ลูกบาสเกตบอลสีส้มคือนาย โทนี ฮิงเคิล (Tony Hinkle) โค้ชมหาวิทยาลัยบัตเลอร์

รากฐานเบื้องต้นที่มีความสำคัญในการเล่นบาสเกตบอล

nba_a_griffin01_480บาสเกตบอลเป็นกีฬาประเภททีมที่มีผู้เล่นฝ่ายละ 5 คน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อนำลูกบาสเกตบอลไปโยนลงห่วงประตูของฝ่ายตรงกันข้ามให้ได้มากที่สุด กีฬาบาสเกตบอลเป็นกีฬาที่มีผู้เล่น 2 ฝ่ายแข่งขันกัน ไม่มีตาข่ายมากั้น สนามไม่ใหญ่นักและต้องมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา แม้กติกาจะห้ามถูกตัว ปะทะ ชน กระแทกกัน แต่ในการเล่นจริงๆแล้วย่อมหลีกเลี่ยงได้ยาก ถ้าผู้เล่นทั้งสองฝ่ายไม่ให้อภัยกัน ควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้ ไม่เคารพกติกา ปัญหาการทะเลาะวิวาทอาจเกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง ในฝ่ายของผู้ดูก็ต้องรักษามารยาทด้วยเช่นกัน ทั้งผู้เล่นและผู้ดูจึงต้องมีมารยาทในการเล่นและดู ปัจจุบันกีฬาบาสเกตบอลถูกบรรจุในหลักสูตรการเรียนการสอนแทบทุกระดับการศึกษา คือตั้งแต่ระดับประถม มัธยม และอุดมศึกษา นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันอยู่ตลอดเวลา

เป็นกีฬาที่ต้องใช้การเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว อีกทั้งมีทักษะเบื้องต้นหลายอย่าง ได้แก่ การวิ่ง การถอยหลัง การกระโดด การหมุนตัว การเลี้ยงลูก การส่ง – รับลูกบาสเกตบอล เป็นต้น การเคลื่อนที่และการปฏิบัติทักษะนั้นการทรงตัวที่ดีเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอันดับแรกเพราะการทรงตัวเป็นรากฐานเบื้องต้นที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการฝึกหัด การเล่นบาสเกตบอลซึ่งผู้ฝึกหัดทุกคนโดยเฉพาะผู้ฝึกหัดใหม่จะต้องฝึกให้เกิดความชำนาญ โดยเหตุที่การเล่นบาสเกตบอลมีการเคลื่อนที่ด้วยเท้าทั้งสองข้างตลอดเวลาทั้งขณะที่เป็นฝ่ายรุกและฝ่ายป้องกัน ทั้งในขณะที่ครอบครองลูกบอลอยู่ในมือและขณะมือเปล่า การเคลื่อนที่ดังกล่าวมักจะต้องทำด้วยความรวดเร็วว่องไว และถูกต้องตามเทคนิค ดังนั้นถ้าการทรงตัวไม่ดีย่อมเป็นอุปสรรคสำคัญต่อประสิทธิภาพการเคลื่อนที่

ความเป็นผู้มีน้ำใจนักกีฬา

1.ปฏิบัติตามกฏกติกาของการเล่น
2.ซื่อสัตย์สุจริตต่อคู่แข่งขัน และเพื่อนฝูง
3.เป็นผู้รู้จักข่มใจ รักษาสติไม่ให้โมโหโทโส
4.เป็นผู้ที่รักษาสุขภาพให้ดีอยู่เสมอ
5.หากปราชัยก็ทำใจให้หนักแน่น
6.หากมีชัยก็ไม่แสดงความภูมิใจจนออกนอกหน้า
7.เป็นผู้ที่ผุดผ่องทั้งกาย วาจา ใจ อยู่เสมอ
8.เล่นกีฬาเพื่อชั้นเชิงของการกีฬา ไม่ใช่เล่นกีฬาเพื่อจะทะเลาะวิวาทกัน
9.เป็นผู้มีใจโอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
10.เป็นผู้สุภาพอ่อนโยน
11.เป็นผู้มีใจคอกว้างขวาง
12.เป็นผู้มีความอดทน กล้าหาญ
13.เป็นผู้มีความเชื่อฟังและเคารพต่อเหตุผล
14.เป็นผู้รักษาความยุติธรรม
15.เป็นผู้รู้แพ้ รู้ชนะ และรู้อภัย

อย่าให้กีฬาบาสเก็ตบอลกลายเป็นยาพิษ

โลกยุคโลกาภิวัฒน์ ทำให้เราได้ดูกีฬาสดๆ ระดับโลกมากมาย เลยทำให้พ่อแม่หลายคนอยากให้ลูกตัวเองเก่งกล้าสามารถ เช่น เล่นเทนนิสดีอย่างนาดาล เฟดเดอเรอร์ ยอโควิช หรือภราดร ไม่ก็เล่นกอล์ฟเก่งอย่างไทเกอร์ วูด เล่นฟุตบอลเก่งและมีรายได้มหาศาลอย่างเบ็คแค่ม เลี้ยงบอลคล่องแคล่วแพรวพราวอย่างไลโอเนล เมสซี่ ก็เลยผลักดันให้ลูกเล่นกีฬา โดยที่ยังขาดความรู้เกี่ยวกับเรื่องการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ที่อาจจะทำให้ลูกของเราเสียคนได้

เนื่องจากเยาวชนเป็นผู้ที่กำลังเจริญเติบโต พวกเขาจึงยังไม่เติบโตแข็งแรงเต็มพิกัดทั้งร่างกายและจิตใจ ดังนั้นการฝืนออกกำลังกายมากๆ หรือเล่นแรงมากๆ เพราะอยากจะเอาแต่ชนะอย่างเดียว อาจจะทำให้เกิดการบาดเจ็บทั้งทางกายและใจจนกลายเป็นผลเสียระยะยาวกับเด็กมากกว่า เช่น เยาวชนที่ฝึกซ้อมหรือเล่นกีฬาบาสเก็ตบอลมาก หรือแรงเกินไป อาจพลาดท่าทำให้เกิดการบาดเจ็บของ epiphysis (อ่านว่าอีปิไฟสิส) คือ บริเวณของกระดูกที่มีเซลล์ทำหน้าที่แบ่งตัวงอกกระดูก โดยบริเวณที่บาดเจ็บแบบนี้ได้บ่อยๆ ก็อย่างเช่น บริเวณโหนกหน้าแข้งใต้สะบ้าหัวเข่า (แพทย์เรียกว่าโรค Osgood-Schlatter disease) หรือการบาดเจ็บที่กระดูกส้นเท้า (Sever’s disease) ซึ่งมีผลเสียต่อการงอกของกระดูก

นอกจากนี้การซ้อมมากๆ หรือการทำท่าใดท่าหนึ่งซ้ำๆ กันมากเกินไป อาจจะทำให้มีการฉีกขาดบาดเจ็บของร่างกายส่วนนั้นได้มาก เช่น นักเบสบอลที่ขว้างลูกมากๆ หรือนักกีฬาบาสเก็ตบอล อาจเกิดการบาดเจ็บที่ไหล่ การตีเทนนิสมากๆ อาจจะทำให้ข้อศอกอักเสบ หรือการตีลูกท็อปสปินมากๆ อาจทำให้ข้อมืออักเสบ

การบาดเจ็บอีกแบบหนึ่งจะเกิดจากการกดซ้ำๆ มากๆ เช่น กระดูกเท้าของนักกีฬาที่วิ่งมากๆ อาจจะร้าวจากความเครียด (stress fracture) ดังเช่นที่ตีนทองของเบ็คแค่มเคยร้าวที่กระดูกกลางเท้า (metatarsal) ก่อนแข่งฟุตบอลโลกปี 2006 มาแล้ว จนทำให้ชื่อกระดูกนี้เป็นที่รู้จักของชาวโลกมากขึ้น

ด้วยเหตุนี้สมาคมโรคเด็กสหรัฐอเมริกันจึงกล่าวว่า การส่งเสริมการเล่นกีฬาของเยาวชนควรมุ่งหวังแต่เพียงให้เด็กติดนิสัยดีๆ คือ การเล่นกีฬาหรือการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพในระยะยาวตลอดชีพ ไม่ใช่เล่นแบบเอาเป็นเอาตายเพื่อการเป็นแชมป์โลก หรือเพื่อชิงทุนการศึกษาตามใจพ่อแม่ หรือต้องเปลี่ยนชนิดกีฬาที่เล่นไปเรื่อยๆ เพื่อหาว่าเล่นกีฬาชนิดไหนได้ดี