ผู้กำหนดกติกาของเกมเดิมนั้นการเล่นบาสเกตบอลจะใช้ลูกฟุตบอล

12

ปัจจุบันกีฬาบาสเกตบอลถูกบรรจุในหลักสูตรการเรียนการสอนแทบทุกระดับการศึกษาคือตั้งแต่ระดับประถม มัธยม และอุดมศึกษา นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันอยู่ตลอดเวลาองค์กรสำคัญที่ส่งเสริมและจัดการแข่งขันกีฬาบาสเกตบอล ในประเทศไทย ได้แก่สมาคมบาเกตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ กรมพลศึกษา กรุงเทพมหานคร การกีฬาแห่งประเทศไทย ทบวงมหาวิทยาลัย กองทัพ กองทัพอากาศ สถาบันการศึกษาทั่วไป ความพิเศษอย่างหนึ่งของบาสเกตบอล คือถูกคิดขึ้นโดยคนเพียงคนเดียว ต่างจากกีฬาส่วนใหญ่ที่วิวัฒนาการมาจากกีฬาอีกชนิด ช่วงต้นเดือนธันวาคม พ.ศ. 2434 ดร. เจมส์ ไนสมิท ครูสอนพละศึกษาชาวอเมริกันที่เกิดในแคนาดา และเป็นผู้ดูแลสถานที่ของวิทยาลัยแห่งหนึ่งของสมาคมวายเอ็มซีเอ ในเมืองสปริงฟิลด์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ค้นหาเกมในร่มที่ช่วยให้คนมีกิจกรรมทำระหว่างฤดูหนาวในแถบนิวอิงแลนด์ ว่ากันว่า หลังจากเขาไตร่ตรองหากิจกรรมที่ไม่รุนแรงเกินไปและเหมาะสมกับโรงยิม เขาเขียนกฎพื้นฐานและตอกตะปูติดตะกร้าใส่ลูกพีชเข้ากับผนังโรงยิม เกมแรกที่เล่นเป็นทางการเล่นในโรงยิมวายเอ็มซีเอในเดือนถัดมา คือเมื่อ 20 มกราคม พ.ศ. 2435 (ค.ศ. 1891) ในสมัยนั้น เล่นโดยใช้ผู้เล่นเก้าคน สนามที่ใช้ก็มีขนาดประมาณครึ่งหนึ่งของสนามเอ็นบีเอในปัจจุบัน ชื่อ บาสเกตบอล เป็นชื่อที่เสนอโดยนักเรียนคนหนึ่ง และก็เป็นชื่อที่นิยมมาตั้งแต่ตอนต้น เกมแพร่ขยายไปยังวายเอ็มซีเอที่อื่นทั่วสหรัฐอเมริกา ไม่นานนักก็มีเล่นกันทั่วประเทศ

แต่ที่น่าสนใจคือ ถึงแม้ว่าวายเอ็มซีเอจะเป็นผู้ที่พัฒนาและเผยแพร่เกมในตอนแรก ภายในหนึ่งทศวรรษสมาคมก็ไม่สนับสนุนกีฬานี้อีก เนื่องจากการเล่นที่รุนแรงและผู้ชมที่ไม่สุภาพ สมาคมกีฬาสมัครเล่นอื่นๆ มหาวิทยาลัย และทีมอาชีพก็เข้ามาแทนที่ ก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง สหภาพการกีฬาสมัครเล่น (Amateur Athletic Union) และ สมาคมการแข่งขันกีฬาระหว่างวิทยาลัย (Intercollegiate Athletic Association) (ซึ่งปัจจุบันคือเอ็นซีดับเบิลเอ, NCAA) ได้แข่งกันเพื่อจะเป็นผู้กำหนดกติกาของเกมเดิมนั้นการเล่นบาสเกตบอลจะใช้ลูกฟุตบอล ลูกบอลที่ทำขึ้นสำหรับบาสเกตบอลโดยเฉพาะในตอนแรกมีสีน้ำตาล ช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 1950 จึงเปลี่ยนมาใช้ลูกสีส้มเพื่อให้ผู้เล่นและผู้ชมมองเห็นลูกได้ง่ายขึ้น และก็ใช้ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ผู้ที่ริเริ่มใช้ลูกบาสเกตบอลสีส้มคือนาย โทนี ฮิงเคิล (Tony Hinkle) โค้ชมหาวิทยาลัยบัตเลอร์

รากฐานเบื้องต้นที่มีความสำคัญในการเล่นบาสเกตบอล

nba_a_griffin01_480บาสเกตบอลเป็นกีฬาประเภททีมที่มีผู้เล่นฝ่ายละ 5 คน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อนำลูกบาสเกตบอลไปโยนลงห่วงประตูของฝ่ายตรงกันข้ามให้ได้มากที่สุด กีฬาบาสเกตบอลเป็นกีฬาที่มีผู้เล่น 2 ฝ่ายแข่งขันกัน ไม่มีตาข่ายมากั้น สนามไม่ใหญ่นักและต้องมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา แม้กติกาจะห้ามถูกตัว ปะทะ ชน กระแทกกัน แต่ในการเล่นจริงๆแล้วย่อมหลีกเลี่ยงได้ยาก ถ้าผู้เล่นทั้งสองฝ่ายไม่ให้อภัยกัน ควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้ ไม่เคารพกติกา ปัญหาการทะเลาะวิวาทอาจเกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง ในฝ่ายของผู้ดูก็ต้องรักษามารยาทด้วยเช่นกัน ทั้งผู้เล่นและผู้ดูจึงต้องมีมารยาทในการเล่นและดู ปัจจุบันกีฬาบาสเกตบอลถูกบรรจุในหลักสูตรการเรียนการสอนแทบทุกระดับการศึกษา คือตั้งแต่ระดับประถม มัธยม และอุดมศึกษา นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันอยู่ตลอดเวลา

เป็นกีฬาที่ต้องใช้การเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว อีกทั้งมีทักษะเบื้องต้นหลายอย่าง ได้แก่ การวิ่ง การถอยหลัง การกระโดด การหมุนตัว การเลี้ยงลูก การส่ง – รับลูกบาสเกตบอล เป็นต้น การเคลื่อนที่และการปฏิบัติทักษะนั้นการทรงตัวที่ดีเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอันดับแรกเพราะการทรงตัวเป็นรากฐานเบื้องต้นที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการฝึกหัด การเล่นบาสเกตบอลซึ่งผู้ฝึกหัดทุกคนโดยเฉพาะผู้ฝึกหัดใหม่จะต้องฝึกให้เกิดความชำนาญ โดยเหตุที่การเล่นบาสเกตบอลมีการเคลื่อนที่ด้วยเท้าทั้งสองข้างตลอดเวลาทั้งขณะที่เป็นฝ่ายรุกและฝ่ายป้องกัน ทั้งในขณะที่ครอบครองลูกบอลอยู่ในมือและขณะมือเปล่า การเคลื่อนที่ดังกล่าวมักจะต้องทำด้วยความรวดเร็วว่องไว และถูกต้องตามเทคนิค ดังนั้นถ้าการทรงตัวไม่ดีย่อมเป็นอุปสรรคสำคัญต่อประสิทธิภาพการเคลื่อนที่

ความเป็นผู้มีน้ำใจนักกีฬา

1.ปฏิบัติตามกฏกติกาของการเล่น
2.ซื่อสัตย์สุจริตต่อคู่แข่งขัน และเพื่อนฝูง
3.เป็นผู้รู้จักข่มใจ รักษาสติไม่ให้โมโหโทโส
4.เป็นผู้ที่รักษาสุขภาพให้ดีอยู่เสมอ
5.หากปราชัยก็ทำใจให้หนักแน่น
6.หากมีชัยก็ไม่แสดงความภูมิใจจนออกนอกหน้า
7.เป็นผู้ที่ผุดผ่องทั้งกาย วาจา ใจ อยู่เสมอ
8.เล่นกีฬาเพื่อชั้นเชิงของการกีฬา ไม่ใช่เล่นกีฬาเพื่อจะทะเลาะวิวาทกัน
9.เป็นผู้มีใจโอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
10.เป็นผู้สุภาพอ่อนโยน
11.เป็นผู้มีใจคอกว้างขวาง
12.เป็นผู้มีความอดทน กล้าหาญ
13.เป็นผู้มีความเชื่อฟังและเคารพต่อเหตุผล
14.เป็นผู้รักษาความยุติธรรม
15.เป็นผู้รู้แพ้ รู้ชนะ และรู้อภัย

อย่าให้กีฬาบาสเก็ตบอลกลายเป็นยาพิษ

โลกยุคโลกาภิวัฒน์ ทำให้เราได้ดูกีฬาสดๆ ระดับโลกมากมาย เลยทำให้พ่อแม่หลายคนอยากให้ลูกตัวเองเก่งกล้าสามารถ เช่น เล่นเทนนิสดีอย่างนาดาล เฟดเดอเรอร์ ยอโควิช หรือภราดร ไม่ก็เล่นกอล์ฟเก่งอย่างไทเกอร์ วูด เล่นฟุตบอลเก่งและมีรายได้มหาศาลอย่างเบ็คแค่ม เลี้ยงบอลคล่องแคล่วแพรวพราวอย่างไลโอเนล เมสซี่ ก็เลยผลักดันให้ลูกเล่นกีฬา โดยที่ยังขาดความรู้เกี่ยวกับเรื่องการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ที่อาจจะทำให้ลูกของเราเสียคนได้

เนื่องจากเยาวชนเป็นผู้ที่กำลังเจริญเติบโต พวกเขาจึงยังไม่เติบโตแข็งแรงเต็มพิกัดทั้งร่างกายและจิตใจ ดังนั้นการฝืนออกกำลังกายมากๆ หรือเล่นแรงมากๆ เพราะอยากจะเอาแต่ชนะอย่างเดียว อาจจะทำให้เกิดการบาดเจ็บทั้งทางกายและใจจนกลายเป็นผลเสียระยะยาวกับเด็กมากกว่า เช่น เยาวชนที่ฝึกซ้อมหรือเล่นกีฬาบาสเก็ตบอลมาก หรือแรงเกินไป อาจพลาดท่าทำให้เกิดการบาดเจ็บของ epiphysis (อ่านว่าอีปิไฟสิส) คือ บริเวณของกระดูกที่มีเซลล์ทำหน้าที่แบ่งตัวงอกกระดูก โดยบริเวณที่บาดเจ็บแบบนี้ได้บ่อยๆ ก็อย่างเช่น บริเวณโหนกหน้าแข้งใต้สะบ้าหัวเข่า (แพทย์เรียกว่าโรค Osgood-Schlatter disease) หรือการบาดเจ็บที่กระดูกส้นเท้า (Sever’s disease) ซึ่งมีผลเสียต่อการงอกของกระดูก

นอกจากนี้การซ้อมมากๆ หรือการทำท่าใดท่าหนึ่งซ้ำๆ กันมากเกินไป อาจจะทำให้มีการฉีกขาดบาดเจ็บของร่างกายส่วนนั้นได้มาก เช่น นักเบสบอลที่ขว้างลูกมากๆ หรือนักกีฬาบาสเก็ตบอล อาจเกิดการบาดเจ็บที่ไหล่ การตีเทนนิสมากๆ อาจจะทำให้ข้อศอกอักเสบ หรือการตีลูกท็อปสปินมากๆ อาจทำให้ข้อมืออักเสบ

การบาดเจ็บอีกแบบหนึ่งจะเกิดจากการกดซ้ำๆ มากๆ เช่น กระดูกเท้าของนักกีฬาที่วิ่งมากๆ อาจจะร้าวจากความเครียด (stress fracture) ดังเช่นที่ตีนทองของเบ็คแค่มเคยร้าวที่กระดูกกลางเท้า (metatarsal) ก่อนแข่งฟุตบอลโลกปี 2006 มาแล้ว จนทำให้ชื่อกระดูกนี้เป็นที่รู้จักของชาวโลกมากขึ้น

ด้วยเหตุนี้สมาคมโรคเด็กสหรัฐอเมริกันจึงกล่าวว่า การส่งเสริมการเล่นกีฬาของเยาวชนควรมุ่งหวังแต่เพียงให้เด็กติดนิสัยดีๆ คือ การเล่นกีฬาหรือการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพในระยะยาวตลอดชีพ ไม่ใช่เล่นแบบเอาเป็นเอาตายเพื่อการเป็นแชมป์โลก หรือเพื่อชิงทุนการศึกษาตามใจพ่อแม่ หรือต้องเปลี่ยนชนิดกีฬาที่เล่นไปเรื่อยๆ เพื่อหาว่าเล่นกีฬาชนิดไหนได้ดี

การเล่นบาสเกตบอลส่งผลอย่างไรต่อสุขภาพ

ลองมาทำความรู้จักกับกีฬาบาสเก็ตบอลดูบ้างละกัน เรามาดูว่ากีฬาชนิดนี้มีอะไรดีต่อสุขภาพเราบ้าง…

การกีฬาทุกชนิดทุกประเภทไม่ว่าการว่ายน้ำ การวิ่ง การเต้น และการกีฬาอื่นๆอีกมากมายล้วนแล้วแต่มีคุณค่าในตัวของกีฬาชนิดนั้นๆทั้งสิ้นและนอกจากนั้นยังเป็นการออกกำลังกายอีกด้วย ในวันนี้เรามีการกีฬาอีกประเภทหนึ่งที่สามารถช่วยให้เราออกกำลังกายได้อย่างดีไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายเพื่อการลดน้ำหนัก หรือจะเป็นการออกกำลังกายเพื่อความสูงของเราก็ตามกีฬาชนิดนี้สามารถช่วยคุณได้

กีฬาที่เราพูดถึงเมื่อซักครู่นี้นั่นก็คือการเล่นบาสเกตบอล กีฬาที่หลายๆคนคุ้นเคยกันมานานมากแล้ว เป็นกีฬาที่เราเรียนรู้มาตั้งแต่เรียนมัธยมมาแล้ว ประวัติความเป็นมาของกีฬาชนิดนี้เริ่มจากชาวต่างประเทศนั้นได้คิดค้นการกีฬาเพื่อออกกำลังกายในฤดูที่มีหิมะตกระยะนี้สภาพอากาศจะมีหนาวมาก แต่เขาเหล่านั้นมิได้ออกมาเล่นกลางหิมะค่ะ พวกเขาจะเล่นกีฬาชนิดนี้ในโรงพลศึกษาต่อมาไม่นานก็ได้เป็นกีฬาที่มีผู้คนนิยมมากจนมาถึงประเทศไทย การละเล่นของกีฬาชนิดนี้จะอาศัยจำนวนผู้เล่นไม่มากนัก แต่จะต้องอาศัยความเร็วและความว่องไวในการเล่นนับว่าเป็นการท้าทายความสามารถในการที่จะฝึกฝนเพื่อให้เกิดทักษะหรือความ ชำนาญในการเล่น ซึ่งกีฬาบาสเกตบอลได้แฝงด้วยคุณค่าและประโยชน์อีกมากมาย พอสรุปได้ดังนี้

กีฬานี้จะช่วยพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพในด้านต่างๆ ได้แก่ ร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ และสังคมแก่บุคคล
กีฬานี้จะช่วยพัฒนาและส่งเสริมกลไกการเคลื่อนไหวร่างกาย (Motor Skill) ให้ทำงานประสานกันดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมือ เท้า สายตาให้เคลื่อนไหวได้อย่างถูกต้อง
กีฬานี้จะเป็นกิจกรรมนันทนาการสำหรับพักผ่อน คลายความตึงเครียดแก่ผู้เล่นและผู้ชม
กีฬานี้จะช่วยฝึกการตัดสินใจและรู้จักคิดแก้ปัญหา ตลอดจนมีสมาธิดี
กีฬานี้จะช่วยฝึกให้มีน้ำใจนักกีฬา รู้จักแพ้ รู้จักชนะและรู้จักให้อภัย
กีฬานี้สามารถใช้เป็นสื่อในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและส่วนรวม
กีฬานี้สามารถใช้เป็นสื่อในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในวิชาพลศึกษา
ผู้เล่นที่มีความสามารถหรือทักษะในการเล่นดีจะสามารถทำชื่อเสียงให้ตัวเอง วงศ์ตระกูลและประเทศชาติได้

กีฬาบาสเกตบอลนี้เราสามารถที่จะเล่นเป็นการออกกำลังกายได้จนกระทั่งสามารถนำไปเล่นในการแข่งขันระดับประเทศได้อีกด้วยเรียกได้ว่านอกจากจะหุ่นดีจากการเล่นกีฬาชนิดนี้แล้วอาจจะมีชื่อเสียงระดับประเทศจากการเล่นกีฬาชนิดนี้ก็เป็นได้

กีฬาบาสเกตบอลช่วยให้สูงขึ้นจริงเหรอ

พ่อแม่ทุกคนปรารถนาให้ลูกของตนตัวสูง จึงพยายามหากลวิธีเพิ่มความสูงให้แก่เด็ก ไม่ว่าจะเป็นการดื่มนม การเล่นกีฬา และกิจกรรมสารพัด ที่คิดว่าจะมีส่วนกระตุ้นให้เด็กตัวสูงได้ โดยในบางรายอาจต้องพึ่งยาเพื่อยืดกระดูกเพิ่มความสูง เด็กยุคใหม่ใครๆ ก็อยากสูง แต่ทำอย่างไรถึงจะสูงได้อย่างเต็มที่ แล้วที่มีคนบอกว่าเล่นบาสเก็ตบอลแล้วทำให้ตัวสูงนั้น จริงหรือเปล่า…เรามาหาคำตอบกันดีกว่าค่ะ…

การที่เด็กๆ จะตัวสูงได้นั้นมีองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งเรื่องกรรมพันธุ์ สังเกตดูสิว่า ถ้าคุณพ่อคุณแม่ตัวสูงแล้วล่ะก็ เด็กๆ ก็จะมีโอกาสสูงตามไปด้วย แต่ก็มีหลายครอบครัวที่คุณพ่อคุณแม่ไม่สูงแต่ลูกตัวสูงได้ นั่นก็เป็นเพราะเด็กๆ ได้กินอาหารที่ดีมีประโยชน์ ออกกำลังกายอยู่เสมอ และนอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่นั่นเอง

และหนึ่งในกิจกรรมยอดนิยม ที่พ่อแม่หลายคนคิดว่า ช่วยเพิ่มความสูงได้ ก็คือ กีฬาบาสเกตบอล ซึ่งความคิดนี้จะถูกหรือผิดอย่างไรนั้น

การเล่นบาสเกตบอล หรือกีฬาอื่นๆ ตั้งแต่เด็ก ทำให้สูงขึ้นจริงหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ใช่ แต่อาจมีผลกับเด็กที่ต้องการจะเล่นกีฬาประเภทนี้ให้ดีมากกว่า เพราะการตัวสูงถือเป็นข้อได้เปรียบ ทำให้เล่นบาสได้ดีขึ้น และในทางกลับกันการออกกำลังกายหักโหม จนมีน้ำหนักตัวลดลง อาจไม่เป็นผลดีต่อการเจริญเติบโตของเด็ก

โดยทั่วไป เด็กที่ยังไม่เข้าสู่วัยหนุ่มสาว จะสูงขึ้นปีละ 4–6 เซนติเมตร เมื่อเริ่มเข้าวัยหนุ่มสาวจะมีช่วงที่โตเร็วขึ้น และอาจสูงขึ้นได้ถึงปีละ 8-10 เซนติเมตรเลยทีเดียว

สำหรับความสูงเมื่อเป็นผู้ใหญ่ หรือการมีความสูงเพิ่มขึ้นของเด็ก เกิดจากปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน ได้แก่ ความสูงของพ่อแม่ ถ้าพ่อแม่สูง ลูกมักสูงด้วย นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญ คือ การมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ต้องมีภาวะโภชนาการที่ดี ไม่อ้วน หรือผอมเกินไป กินอาหารที่มีประโยชน์และครบทั้ง 5 หมู่ ได้สารอาหารและแร่ธาตุต่างๆ ครบถ้วน นอนหลับพักผ่อนเพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ (โดยไม่เน้นเฉพาะกีฬาบาสเกตบอล) มีฮอร์โมนปกติ ถ้ามีโรคประจำตัวก็ควรได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสม เด็กก็จะมีการเจริญเติบโตที่ดีตามศักยภาพ และมีผลดีในเรื่องอื่นๆ ตามมา.